<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หางาน จัดหางาน หางานราชการ</title>
	<atom:link href="http://jobonth.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://jobonth.com</link>
	<description>หางาน เเหล่งหางาน ได้ที่นี่</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 May 2012 07:11:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>มทร.ธัญบุรี รับพนักงานคัดเลือกมหาวิทยาลัยฯ 25 อัตรา</title>
		<link>http://jobonth.com/25-2.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/25-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 07:08:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกาศผล ประกาศข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คัดเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มทร.ธัญบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5631</guid>
		<description><![CDATA[รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการและสายสนับสนุน โดยเปิดรับพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ 25 อัตรา ได้แก่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม จำนวน 4 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขา Information Technology, Computer Science, Information Computer Engineer หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา เทคโนโลยีเทคนิคศึกษาหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 3 อัตรา คณะเทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 3 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์หรือภูมิสถาปัตย์ หรือการวางผังเมือง หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีภูมิทัศน์ 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร หรือวิทยาศาสตร์การอหาร หรือเทคโนโลยีอาหาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการและสายสนับสนุน โดยเปิดรับพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ 25 อัตรา</p>
<p>ได้แก่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม จำนวน 4 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขา Information Technology, Computer Science, Information Computer Engineer หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา เทคโนโลยีเทคนิคศึกษาหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 3 อัตรา คณะเทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 3 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์หรือภูมิสถาปัตย์ หรือการวางผังเมือง หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีภูมิทัศน์ 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร หรือวิทยาศาสตร์การอหาร หรือเทคโนโลยีอาหาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก</p>
<p>สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์ 1 อัตรา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จำนวน 2 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ทางด้านคหกรรมศาสตร์ หรือสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ทางด้านคหกรรมศาสตร์หรืองานประดิษฐ์ 1 อัตรา คณะบริหารธุรกิจ จำนวน 3 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ หรือเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาการเงิน การบริหารการเงิน การวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง การจัดการกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน การเงินและการบัญชี การเงินระหว่างประเทศ วิศวกรรมทางการเงิน และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเงิน 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาบัญชีการเงิน บัญชีต้นทุน บัญชีบริหาร บัญชีเพื่อการวางแผนและควบคุม และสาขาระบบสารสนเทศทางบัญชี 1 อัตรา คณะศิลปกรรมศาสตร์ จำนวน 5 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโทสาขาวิชาเครื่องหนัง/ออกแบบผลิตภัณฑ์หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชางานอุตสาหกรรม 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท</p>
<p>สาขาออกแบบแฟชั่น การออกแบบศิลปะสิ่งทอ การออกแบบภัสตราภรณ์ การออกแบบลวดลาย งามพิมพ์ งานย้อม 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ด้านนาฏศิลป์ไทย (โขน-ละคร) หรือนาฏศิลป์สากล หรือดุริยางค์ไทยหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง 2 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ทางด้านศิลปศาสตร์ หรือคุณวุฒิอื่นที่เกี่ยวข้องในสาขานาฏศิลป์ หรือการแสดง หรือดุริยางค์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 2 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ศ.ม. หรือ สถ.ม. สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน หรือ ศศ.ม. คณะวิศวกรรมศาสตร์ 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์ วุฒิ วศ.ม. สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม แขนงโทรคมนาคม หรือวิศวกรรมสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 3 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (การโฆษณา) บริหารธุรกิจ (สื่อสารการตลาด) เทคโนโลยีการศึกษา วารสารศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท วุฒิ นศ.ม. หรือ ว.ม. หรือ ศศ.ม. สาขาการโฆษณา หรือ สื่อสารมวลชน 1 อัตรา วุฒิปริญญาเอก นศ.ด. หรือ ปร.ด. สาขาวิชาสื่อสารมวลชน หรือ ค.ด. สาขาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 1อัตรา คณะศิลปศาสตร์ 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาวิชาภาษาอังกฤษ การสอนภาษาอังกฤษ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง 1 อัตรา และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย 1 อัตรา วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน 7 อัตรา ได้แก่ ตำแหน่งสถาปนิก 1 อัตรา สังกัดกองกลาง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป งานเลขานุการอธิการบดี สำนักงานอธิการบดี 1 อัตรา สังกัดกองกลาง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป งานสำนักงานอธิการบดี 1 อัตรา นักวิเทศสัมพันธ์ งานวิเทศสัมพันธ์ กองนโยบายและแผน 1 อัตรา นักวิชาการศึกษา ฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา สำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา 1 อัตรา นักวิชาการศึกษา กองพัฒนานักศึกษา 1 อัตรา เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 1 อัตรา</p>
<p>ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก สามารถ Download ใบสมัครได้ที่ทางเว็บไซต์ กองบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี www.ped.rmutt.ac.th ตั้งแต่บัดนี้ &#8211; 31 พฤษภาคม 2555 หรือขอรับใบสมัครได้ที่กองบริหารงานบุคคล ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 48 พระชันษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มทร.ธัญบุรี หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-549-4913-16, 02-549-4918 เวลา 08.30 &#8211; 15.30 (เว้นวันหยุดราชการ)</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.enn.co.th/3171-%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3.%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AF_25_%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2.html" >ENN</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/25-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดหลักสูตรใหม่ล่าสุด “การออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ”</title>
		<link>http://jobonth.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:57:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกาศผล ประกาศข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5627</guid>
		<description><![CDATA[วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดหลักสูตรใหม่ล่าสุด “การออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ” “ UploadImage ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ย้ำเป็นหลักสูตรที่แตกต่างจากหลักสูตรในปัจจุบัน เน้นการสร้างภาพ 3 มิติครบวงจร ทั้งทางสถาปัตยกรรมสามมิติ การสร้างคาร์แล็คเตอร์และแอนิเมชั่น 3 มิติ ถือว่าเป็นหลักสูตรแรกที่ได้เรียนรู้การสร้างภาพสามมิติ ทั้ง 3 แบบตลอดหลักสูตร ด้าน “อาจารย์ธิติกร สุทธิอาภา” หัวหน้าสาขาฯ เดินเครื่องจับมือ AppliCad บริษัทซอฟต์แวร์ 3 มิติชั้นนำ ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ย้ำเปิดสอนในภาค 1/2555 นี้ สมัครด่วนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ คณบดีคณะศิลปะศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยว่า หลักสูตรการออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ ถือเป็นหลักสูตรใหม่ล่าสุดที่เปิดสอนในวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และเป็นหลักสูตรที่แตกต่างจากหลักสูตรในปัจจุบัน โดยเน้นการสร้างภาพ 3 มิติ ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นทางสถาปัตยกรรม การขึ้นรูปอาคารและสถานที่ทางสถาปัตยกรรมสามมิติ การขึ้นรูปทางวิศวกรรม วัตถุและอุปกรณ์ทางวิศวกรรมสามมิติ และการสร้างคาร์แล็คเตอร์และแอนิเมชั่น 3 มิติ ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรแรกที่ได้เรียนรู้การสร้างภาพสามมิติ ทั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดหลักสูตรใหม่ล่าสุด “การออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ” “<br />
UploadImage</p>
<p>ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ย้ำเป็นหลักสูตรที่แตกต่างจากหลักสูตรในปัจจุบัน เน้นการสร้างภาพ 3 มิติครบวงจร ทั้งทางสถาปัตยกรรมสามมิติ การสร้างคาร์แล็คเตอร์และแอนิเมชั่น 3 มิติ ถือว่าเป็นหลักสูตรแรกที่ได้เรียนรู้การสร้างภาพสามมิติ ทั้ง 3 แบบตลอดหลักสูตร ด้าน “อาจารย์ธิติกร สุทธิอาภา” หัวหน้าสาขาฯ เดินเครื่องจับมือ AppliCad บริษัทซอฟต์แวร์ 3 มิติชั้นนำ ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ย้ำเปิดสอนในภาค 1/2555 นี้ สมัครด่วนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p>
<p>ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ คณบดีคณะศิลปะศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยว่า หลักสูตรการออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ ถือเป็นหลักสูตรใหม่ล่าสุดที่เปิดสอนในวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และเป็นหลักสูตรที่แตกต่างจากหลักสูตรในปัจจุบัน โดยเน้นการสร้างภาพ 3 มิติ ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นทางสถาปัตยกรรม การขึ้นรูปอาคารและสถานที่ทางสถาปัตยกรรมสามมิติ การขึ้นรูปทางวิศวกรรม วัตถุและอุปกรณ์ทางวิศวกรรมสามมิติ และการสร้างคาร์แล็คเตอร์และแอนิเมชั่น 3 มิติ ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรแรกที่ได้เรียนรู้การสร้างภาพสามมิติ ทั้ง 3 แบบตลอดหลักสูตร</p>
<p>อาจารย์ธิติกร สุทธิอาภา หัวหน้าสาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ คณะศิลปะศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยว่า เป้าหมายของหลักสูตรนี้ จะเน้นบุคลากรที่ตอบสนองภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการสร้างภาพ 3 มิติ โดยสาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ ได้มีการร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์ 3 มิติ ชั้นนำภายนอก อย่างบริษัท AppliCad เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ทันต่อโลกในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ใช้ iPad เป็นสื่อร่วมในการเรียนการสอน สำหรับคุณวุฒิของผู้สมัครหลักสูตรนี้ ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า</p>
<p>UploadImage</p>
<p>ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่ฝ่ายแนะแนว วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม โทร.0 2878 5001-3 หรือสอบถามโดยตรงที่สาขาวิชาการออกแบบสร้างสรรค์สารสนเทศสามมิติ คณะศิลปะศาสตร์ อาจารย์ธิติกร สุทธิอาภา โทร.08 1562 5198 Email: rabeer2009@hotmail.com</p>
<p>ที่มา<a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.enn.co.th/3170-%E2%80%9C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%AF3_%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E2%80%9D%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94_%E0%B8%A7.%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1.html" > ENN </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช ขยายเวลาการรับสมัคร น.ศ. ป.ตรี</title>
		<link>http://jobonth.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%99-%e0%b8%a8-%e0%b8%9b-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%99-%e0%b8%a8-%e0%b8%9b-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:55:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[น.ศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[ป.ตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปริญญาตรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5624</guid>
		<description><![CDATA[มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ขยายเวลาการรับสมัครนักเรียนเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษา ต่อในระดับปริญญาตรี รอบพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2555 ผ่านระบบออนไลน์ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ผศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เปิดเผยว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีการเปิดรับสมัครนักเรียนเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี รอบพิเศษผ่านระบบออนไลน์ มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ได้มีการสอบสัมภาษณ์ไปแล้ว 4 รอบ ปรากฎว่ามีนักเรียนสนใจสมัครและเข้ารับการสัมภาษณ์จำนวนมาก ซึ่งมีนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนไปแล้วกว่า 1,600 คน โดยสำนักวิชาที่นักเรียนให้ความสนใจสมัครมากที่สุดคือสำนักสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ รองลงมาคือสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และสำนักวิชา พยาบาลศาสตร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยังคงเปิดรับสมัครนักศึกษาในรอบพิเศษดังกล่าว ใน 7 สำนักวิชา 27 หลักสูตรไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 นี้ สำหรับ สำนักวิชาที่ยังคงเปิดรับสมัครอยู่ได้แก่ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ หลักสูตรภาษาจีน,อาเซียนศึกษา,ไทยศึกษาบูรณาการ สำนักวิชาการจัดการ หลักสูตรบัญชี,บริหารธุรกิจ (การจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ) ,บริหารธุรกิจ (การเงิน, การตลาด, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ขยายเวลาการรับสมัครนักเรียนเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษา ต่อในระดับปริญญาตรี รอบพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2555 ผ่านระบบออนไลน์ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2555</p>
<p>ผศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาและสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เปิดเผยว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีการเปิดรับสมัครนักเรียนเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี รอบพิเศษผ่านระบบออนไลน์ มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ได้มีการสอบสัมภาษณ์ไปแล้ว 4 รอบ ปรากฎว่ามีนักเรียนสนใจสมัครและเข้ารับการสัมภาษณ์จำนวนมาก ซึ่งมีนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนไปแล้วกว่า 1,600 คน</p>
<p>โดยสำนักวิชาที่นักเรียนให้ความสนใจสมัครมากที่สุดคือสำนักสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ รองลงมาคือสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และสำนักวิชา พยาบาลศาสตร์ตามลำดับ อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยังคงเปิดรับสมัครนักศึกษาในรอบพิเศษดังกล่าว ใน 7 สำนักวิชา 27 หลักสูตรไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 นี้</p>
<p>สำหรับ สำนักวิชาที่ยังคงเปิดรับสมัครอยู่ได้แก่ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ หลักสูตรภาษาจีน,อาเซียนศึกษา,ไทยศึกษาบูรณาการ สำนักวิชาการจัดการ หลักสูตรบัญชี,บริหารธุรกิจ (การจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ) ,บริหารธุรกิจ (การเงิน, การตลาด, การจัดการโลจิสติกส์, การจัดการทรัพยากรมนุษย์) ,เศรษฐศาสตร์ สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์ ,เทคโนโลยีสารสนเทศ ,การจัดการสารสนเทศ ,วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ,เทคโนโลยีมัลติมีเดียและแอนิเมชั่น สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร หลักสูตรเทคโนโลยีการผลิตพืช เทคโนโลยีการผลิตสัตว์ ,เทคโนโลยีการผลิตสัตว์น้ำ ,เทคโนโลยีอาหาร ,เทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์โยธา ,วิศวกรรมศาสตร์ไฟฟ้า ,วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ,วิศวกรรมเคมีและกระบวนการ ,วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ ,วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ,เทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ หลักสูตรสถาปัตยกรรม และหลักสูตรการออกแบบอุตสาหกรรม</p>
<p>ผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดพร้อมทั้งกรอกใบสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และปฏิบัติตามขั้นตอนที่แจ้งไว้ที่ http://quota.wu.ac.th/direct/</p>
<p>สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์</p>
<p>โทร. 0 7567 3101 – 12 (ในวันและเวลาราชการ)</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.enn.co.th/3169-%E0%B8%A1.%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C_%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B8%9B.%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9_%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87_31_%E0%B8%9E.%E0%B8%84.55.html" >ENN</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%99-%e0%b8%a8-%e0%b8%9b-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มจธ.รับนศ. หลักสูตรทักษะผู้ประกอบการทางธุรกิจ มีทุนการศึกษาให้</title>
		<link>http://jobonth.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:52:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5621</guid>
		<description><![CDATA[หลักสูตรทักษะผู้ประกอบการทางธุรกิจ คณะทรัพยากรชีวภาพ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 พ.ค. 2555 พร้อมมีทุนการศึกษามอบให้ หลักสูตรเทคโนโลยีชีวภาพ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อหลักสูตร ทักษะผู้ประกอบการทางธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnopreneur) เป็นหลักสูตรที่เน้นการสร้างมูลค่าให้กับงานวิจัย และนำองค์ความรู้ใหม่ทางด้านเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็นธุรกิจมหาบัณฑิต จบแล้วสามารถทำงานในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ หรือเป็นผู้ประกอบการและเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับแข่งขันในตลาดเสรีอาเซียนหลักสูตรจึงจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ (โดยมีค่าเล่าเรียนเท่ากับหลักสูตรภาษาไทย ) ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bioresources.kmutt.ac.th/pages_sub/academics/academic_BIT.html หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ผศ.ดร.กนกวรรณ พุ่มพุทรา ประธานหลักสูตร โทร.02-470-7500 e-mail : kanokwan.poo@kmutt.ac.th หรือติดต่อ คุณรุ่งอรุณ โทร. 02-470-7705 Facebook: Biotechnopreneur-Kmutt สมัครด่วน มีทุนการศึกษาจำนวนจำกัด เปิดรับสมัครรอบที่ 3 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 พ.ค. 2555 ที่มา..http://www.bioresources.kmutt.ac.th/pages_sub/news/news49.html]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลักสูตรทักษะผู้ประกอบการทางธุรกิจ คณะทรัพยากรชีวภาพ<br />
และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 พ.ค. 2555 พร้อมมีทุนการศึกษามอบให้</p>
<p>หลักสูตรเทคโนโลยีชีวภาพ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อหลักสูตร ทักษะผู้ประกอบการทางธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnopreneur)</p>
<p>เป็นหลักสูตรที่เน้นการสร้างมูลค่าให้กับงานวิจัย และนำองค์ความรู้ใหม่ทางด้านเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็นธุรกิจมหาบัณฑิต</p>
<p>จบแล้วสามารถทำงานในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ หรือเป็นผู้ประกอบการและเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับแข่งขันในตลาดเสรีอาเซียนหลักสูตรจึงจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ (โดยมีค่าเล่าเรียนเท่ากับหลักสูตรภาษาไทย )</p>
<p>ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่</p>
<p>http://www.bioresources.kmutt.ac.th/pages_sub/academics/academic_BIT.html</p>
<p>หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ผศ.ดร.กนกวรรณ พุ่มพุทรา ประธานหลักสูตร</p>
<p>โทร.02-470-7500<br />
e-mail : kanokwan.poo@kmutt.ac.th</p>
<p>หรือติดต่อ คุณรุ่งอรุณ โทร. 02-470-7705<br />
Facebook: Biotechnopreneur-Kmutt</p>
<p>สมัครด่วน มีทุนการศึกษาจำนวนจำกัด</p>
<p>เปิดรับสมัครรอบที่ 3 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 พ.ค. 2555</p>
<p>ที่มา..http://www.bioresources.kmutt.ac.th/pages_sub/news/news49.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทีโอที ยอมรับลูก รมว.ไอซีที เสนอแผนธุรกิจใหม่ ลงทุน 2 หมื่นสถานีฐาน!!</title>
		<link>http://jobonth.com/2-44.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/2-44.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:44:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[3จี]]></category>
		<category><![CDATA[กสท]]></category>
		<category><![CDATA[ทีโอที]]></category>
		<category><![CDATA[รมว.ไอซีที]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5617</guid>
		<description><![CDATA[ทีโอที รับลูก รมว.ไอซีที เผยแผนธุรกิจใหม่ เร่งสร้างโครงข่ายเต็มตัว เร่งลงทุน 2 หมื่นสถานีฐาน หวังเปิดเอกชนร่วมทำตลาดทุกบริการ พร้อมยอมรับแผน 3จี เดิม ไปไม่รอด ขณะที่ขอเคลียร์ปัญหาภายในก่อนร่วมมือ กสท ทำเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์&#8230; นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ทีโอที จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บอร์ดทีโอทีรับทราบนโยบายมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ เต็มตัว ของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีแล้ว โดยเบื้องต้นทีโอทีจะลงทุนโครงข่ายให้แล้วเสร็จก่อนเปิดให้เอกชนมาเช่าใช้บริการ จำนวน 2 หมื่นสถานีฐาน พร้อมยอมรับว่า แผนธุรกิจ 3จี เดิม ไม่สามารถดำเนินการได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการทำแผนใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสากิจ หรือ กนร. “บอร์ดทีโอทีทราบมาตั้งแต่แรกแล้วว่า แผนธุรกิจ 3จี เดิม ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ไอซีที อย่างไรก็ตาม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทีโอที รับลูก รมว.ไอซีที เผยแผนธุรกิจใหม่ เร่งสร้างโครงข่ายเต็มตัว เร่งลงทุน 2 หมื่นสถานีฐาน หวังเปิดเอกชนร่วมทำตลาดทุกบริการ พร้อมยอมรับแผน 3จี เดิม ไปไม่รอด ขณะที่ขอเคลียร์ปัญหาภายในก่อนร่วมมือ กสท ทำเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์&#8230;</p>
<p>นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ หรือบอร์ด บริษัท ทีโอที จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บอร์ดทีโอทีรับทราบนโยบายมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ เต็มตัว ของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีแล้ว โดยเบื้องต้นทีโอทีจะลงทุนโครงข่ายให้แล้วเสร็จก่อนเปิดให้เอกชนมาเช่าใช้บริการ จำนวน 2 หมื่นสถานีฐาน พร้อมยอมรับว่า แผนธุรกิจ 3จี เดิม ไม่สามารถดำเนินการได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการทำแผนใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสากิจ หรือ กนร.</p>
<p>“บอร์ดทีโอทีทราบมาตั้งแต่แรกแล้วว่า แผนธุรกิจ 3จี เดิม ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ไอซีที อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการเร่งทำแผนใหม่เพื่อเสนอให้ กนร.แต่ไม่ใช่วันที่ 18 พ.ค.นี้” ประธานบอร์ด ทีโอที กล่าว</p>
<p>สำหรับโครงการ 3จี เฟสแรก จำนวน 5,320 สถานี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ แต่จะลดการเช่าสถานีฐาน หรือโควไซต์จากเดิม 3-4 พันสถานีลง เหลือแต่ส่วนที่จำเป็น เพื่อประหยัดค่าเช่าที่ทีโอทีต้องมีจ่ายกว่า 1,000 ล้านบาทลง เพื่อนำเม็ดเงินดังกล่าวไปลงทุนส่วนที่เป็นทรัพย์สินของทีโอทีเอง</p>
<p>ขณะที่อีก 1.5 หมื่นสถานีในเฟส 2 นั้น ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจากับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เพื่อนำสถานีฐาน 1.3 หมื่นแห่ง ที่ถือเป็นทรัพย์สินของทีโอทีตามสัญญาสัมปทานมาให้บริการในรูปแบบการใช้สถานีฐานร่วม สำหรับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.</p>
<p>นอกจากแผนการลงทุนโครงข่าย 2 หมื่นสถานีฐานแล้ว การเปิดกว้างให้เอกชนทำตลาดยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่จะเปลี่ยนจากรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ เป็นวีเอ็นโอ หรือการให้เอกชนช่วยทำตลาดในทุกธุรกิจที่ทีโอทีมีอยู่ ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ โทรศัพท์พื้นฐานที่ปัจจุบันมีเลขหมายเหลืออยู่ถึง 1 ล้านราย ส่วนความร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ในการเป็นเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์นั้น ยินดีจะเดินหน้าต่อไป แต่ต้องจัดการกับปัญหาภายในองค์กรให้เรียบร้อยเสียก่อน</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.thairath.co.th/content/tech/261213" >ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/2-44.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ป.ป.ช.เรียก กสท-ทรู ถกปัญหา 3จี ย้ำไม่กระทบต่อลูกค้า</title>
		<link>http://jobonth.com/3-12.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/3-12.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:41:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[3จี]]></category>
		<category><![CDATA[CAT]]></category>
		<category><![CDATA[HSPA]]></category>
		<category><![CDATA[กสท]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[ป.ป.ช.]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5614</guid>
		<description><![CDATA[ป.ป.ช.เรียก กสท-ทรู เคลียร์สัญญา3จี 28 พ.ค.นี้ ขอเวลาสรุปผลสอบ 1 เดือน ก่อนส่งบอร์ดใหญ่ฟันธง ด้าน กสท ยันลูกค้าไม่กระทบผู้บริโภค ระบุระงับการขยายโครงข่าย 3จี แบรนด์มายแล้ว ขณะที่ทรูย้ำไม่กระทบการใช้งานลูกค้าแน่นอน&#8230; นายเมธี ครองแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวภายหลังเชิญ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT มาสอบสวนเกี่ยวกับการทำสัญญาโครงการ 3จี บนระบบเทคโนโลยี HSPA ระหว่าง กสท และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วานนี้ (17 พ.ค.)ว่า จากนี้คณะอนุฯ จะไม่เชิญบุคคลใดมาสอบสวนเพิ่มอีก หากนายกิตติศักดิ์ไม่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3 โดยคณะอนุฯ จะประชุมสรุปสำนวนอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ค.55 ประธานคณะอนุฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ป.ป.ช.เรียก กสท-ทรู เคลียร์สัญญา3จี 28 พ.ค.นี้ ขอเวลาสรุปผลสอบ 1 เดือน ก่อนส่งบอร์ดใหญ่ฟันธง ด้าน กสท ยันลูกค้าไม่กระทบผู้บริโภค ระบุระงับการขยายโครงข่าย 3จี แบรนด์มายแล้ว ขณะที่ทรูย้ำไม่กระทบการใช้งานลูกค้าแน่นอน&#8230;</p>
<p>นายเมธี ครองแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวภายหลังเชิญ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT มาสอบสวนเกี่ยวกับการทำสัญญาโครงการ 3จี บนระบบเทคโนโลยี HSPA ระหว่าง กสท และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วานนี้ (17 พ.ค.)ว่า จากนี้คณะอนุฯ จะไม่เชิญบุคคลใดมาสอบสวนเพิ่มอีก หากนายกิตติศักดิ์ไม่พาดพิงถึงบุคคลที่ 3 โดยคณะอนุฯ จะประชุมสรุปสำนวนอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ค.55</p>
<p>ประธานคณะอนุฯ กล่าวต่อว่า กรณีการแจ้งข้อกล่าวหาไปยังผู้เกี่ยวข้องในการเซ็นสัญญาดังกล่าวนั้น ขณะนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างทำหนังสือเชิญให้มารับฟังข้อกล่าวหาในวันที่ 28 พ.ค.2555 โดยผู้ถูกกล่าวหาจะเดินทางมารับฟังข้อกล่าวหาเอง หรือส่งทนายแทนก็ได้ จากนั้นตามกระบวนการภายใน 15 วัน ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องแก้ข้อกล่าวหา และสามารถขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน</p>
<p>ทั้งนี้ หากไม่สามารถชี้แจง หรือแก้ข้อกล่าวหาได้ แต่การขอขยายเวลานั้นจะต้องมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือด้วย คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาอีก 1 เดือน สรุปทุกประเด็นก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ให้ตัดสินต่อไปในเดือน มิ.ย.2555 โดยมั่นใจว่าคณะกรรมการชุดใหญ่จะสามารถฟันธงสัญญาดังกล่าวได้ก่อนประมูล 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ในช่วงเดือน ต.ค.นี้ แน่นอน</p>
<p>นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ขณะนี้ กสท อยู่ระหว่างหารือกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายกฎหมายทั้งของ กสท คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.และกลุ่มทรู เกี่ยวกับปัญหาของสัญญานี้ เนื่องจากสัญญายังไม่ได้ข้อยุติ ดังนั้น กสท เองได้มีการระงับการขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการลูกค้า 3จี ในแบรนด์มาย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าเพียงหลักหมื่นเท่านั้น ขณะที่กลุ่มทรูเชื่อว่าจะยังคงดำเนินการขยายโครงข่ายอยู่เช่นเดิม พร้อมทั้งเจรจากับทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบลูกค้า</p>
<p>กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า หากการดำเนินธุรกิจต้องชะงักลง ต้องมีการเตรียมแผนรองรับซึ่ง กสทช.มีประกาศการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างชัดเจน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าทรูจะใช้ลูกค้าเป็นตัวประกันนั้น เบื้องต้น กสท ได้ประสานงานกับบริษัทสัมปทานต่างๆ เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกันมากขึ้น โดยอิงการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน หากการดำเนินธุรกิจต้องเสียหายแต่ไม่กระทบกับผู้บริโภคก็ต้องยอมให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ</p>
<p>นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ได้ตอบหนังสือกลับมายัง กสท แล้ว ซึ่งควรรอความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีการไม่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ การเข้าข่ายขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช.</p>
<p>นายกิตติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การมาให้ปากคำกับ ป.ป.ช.ครั้งนี้ คณะอนุฯ ได้สอบถามเกี่ยวกับความชัดเจนในเรื่องของสัญญาดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นประเด็นการให้ข้อมูลตามปกติ และเป็นเรื่องของรายละเอียดเท่านั้น ซึ่งต้องมีฝ่ายกฎหมาย และวิศวกรรมมาช่วยเรื่องข้อชัดเจนในเรื่องที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับรายละเอียดของนโยบายหรือคำสั่งใดๆ อย่างเป็นทางการจาก กสท เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า กสท จะคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ และบริษัทขอยืนยันว่า การให้บริการทรูมูฟ เอช 3G+ ยังคงเป็นไปตามปกติ ขอให้มั่นใจว่าลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.thairath.co.th/content/tech/261232" >ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/3-12.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก.ล.ต. เปิดตัว โมบายล์แอพฯ &#8220;start-to-invest&#8221; แล้ว</title>
		<link>http://jobonth.com/starttoinvest.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/starttoinvest.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:38:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[App]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[start-to-invest]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ล.ต.]]></category>
		<category><![CDATA[แอพพลิเคชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แอพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[โมบาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5611</guid>
		<description><![CDATA[ก.ล.ต.เปิดตัว โมบายล์แอพพลิเคชั่น &#8220;start-to-invest&#8221; ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการเงินบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแพลตฟอร์มไอโอเอสอย่าง iPhone และ iPad สนองทุกไลฟ์สไตล์การลงทุน ใช้งานง่าย ตอบคำถามด้านการลงทุนได้ทุกมิติ เหมือนมีที่ปรึกษาส่วนตัว&#8230;. นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีข้อมูลคุณภาพ เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว และต้องมีเครื่องมือช่วยวางแผนที่มีประสิทธิภาพ ก.ล.ต.จึงมุ่งมั่นที่จะให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ “start-to-invest” นี้ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ลงทุน สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้หลายมิติ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของ ก.ล.ต. ในภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและด้วยท่าทีที่เป็นมิตรกับทุกภาคส่วน ด้านนายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ดูแลสายงานให้ความรู้การลงทุน กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” เป็นความตั้งใจของ ก.ล.ต. ที่จะมอบเครื่องมือการวางแผนทางการเงินและคลังข้อมูลสินค้าเพื่อการลงทุนสำหรับผู้ที่เริ่มลงทุน โดยเน้นการใช้งานที่ง่าย ออกแบบให้ดูสบายตา เป็นกันเอง ซึ่ง ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่า แอพฯ นี้จะช่วยให้คนไทยเข้าใจความสำคัญของการวางแผนการเงินและสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างอนาคตที่มั่งคั่งด้วยการลงทุนได้ โมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest&#8221; ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงานที่สนใจเรียนรู้การลงทุนบนโลกออนไลน์ รองเลขาธิการ ก.ล.ต.ฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก.ล.ต.เปิดตัว โมบายล์แอพพลิเคชั่น &#8220;start-to-invest&#8221; ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการเงินบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแพลตฟอร์มไอโอเอสอย่าง iPhone และ iPad สนองทุกไลฟ์สไตล์การลงทุน ใช้งานง่าย ตอบคำถามด้านการลงทุนได้ทุกมิติ เหมือนมีที่ปรึกษาส่วนตัว&#8230;.</p>
<p>นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีข้อมูลคุณภาพ เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว และต้องมีเครื่องมือช่วยวางแผนที่มีประสิทธิภาพ ก.ล.ต.จึงมุ่งมั่นที่จะให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ “start-to-invest” นี้ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ลงทุน สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนได้หลายมิติ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของ ก.ล.ต. ในภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและด้วยท่าทีที่เป็นมิตรกับทุกภาคส่วน</p>
<p>ด้านนายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ดูแลสายงานให้ความรู้การลงทุน กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” เป็นความตั้งใจของ ก.ล.ต. ที่จะมอบเครื่องมือการวางแผนทางการเงินและคลังข้อมูลสินค้าเพื่อการลงทุนสำหรับผู้ที่เริ่มลงทุน โดยเน้นการใช้งานที่ง่าย ออกแบบให้ดูสบายตา เป็นกันเอง ซึ่ง ก.ล.ต. เชื่อมั่นว่า แอพฯ นี้จะช่วยให้คนไทยเข้าใจความสำคัญของการวางแผนการเงินและสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างอนาคตที่มั่งคั่งด้วยการลงทุนได้ โมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest&#8221; ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงานที่สนใจเรียนรู้การลงทุนบนโลกออนไลน์</p>
<p>รองเลขาธิการ ก.ล.ต.ฯ กล่าวต่อว่า แอพฯ ใหม่นี้จะช่วยให้การวางแผนการเงินเป็นเรื่องง่าย เพราะมีโปรแกรมทดลองคำนวณเพื่อวางแผนการเงินได้ด้วยตนเอง และสามารรถปรับเปลี่ยนการคำนวณให้เหมาะกับความต้องการที่เปลี่ยนไป สามารถเช็กข้อมูลสินค้าการลงทุนที่อยู่ระหว่างเสนอขายได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลกองทุนรวมที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น และช่องทางลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบต่างๆ พร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนโทรออกถึงผู้ให้บริการทางการเงินได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีคลิปความรู้การเงินการลงทุนที่ดูง่ายและให้ความบันเทิง เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส</p>
<p>ขณะที่ นายสมจินต์ ศรไพศาล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า น่าดีใจแทนคนรุ่นใหม่ ที่ได้มีเครื่องมือชิ้นใหม่ที่ให้ทั้งข้อมูลที่ทันสมัย และยังช่วยการวางแผนการลงทุนเบื้องต้นได้ด้วย ขอเชียร์ทุกคนโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวให้ลองใช้ โมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” และที่สำคัญอยากให้ลงมือลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างมีวินัย และยิ่งทำให้เป็นอัตโนมัติได้ก็ยิ่งดี</p>
<p>นายมงคล ลีลาธรรม นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย กล่าวว่า เนื่องจากเงินทองเป็นของหายาก หากมีความรู้ รู้จักการวางแผนที่ดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าของเงินได้ โมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” ที่ ก.ล.ต. ได้พัฒนาขึ้นมาช่วยเรื่องการวางแผนการเงินได้เป็นอย่างดี มีเป้าหมาย และทำให้เข้าใจง่ายขึ้น แค่กรอกข้อมูลเข้าไปไม่กี่ตัวก็ได้คำตอบ ไม่ว่าจะวางแผนเพื่อการศึกษาบุตร ซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือเพื่อเกษียณอายุ เป็นวิธีการให้ความรู้จับคู่กับเงิน ทำให้เงินงอกเงย น่าสนใจจริงๆ</p>
<p>นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า โมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” ที่ ก.ล.ต.ได้พัฒนาขึ้น ถือเป็นความก้าวหน้าของ ก.ล.ต. ที่เข้าถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ลงทุน โครงการนี้ทำให้ผู้ลงทุนสามารถรับข่าวสารที่ถูกต้องจาก ก.ล.ต.ได้โดยตรง ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด เขาก็สามารถศึกษาหาข้อมูลความรู้การลงทุน ค้นหาข้อมูลกองทุนรวมต่างๆ ที่คัดกรองมาแล้ว จึงเป็นแอพพลิเคชั่นของหน่วยงานรัฐที่อุดมไปด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้ จึงเชื่อมั่นว่า โมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” นี้ จะให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ลงทุนบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ส่วน นางสาวอศินา พรวศิน รองบรรณาธิการข่าวไอที และบรรณาธิการโซเชียลมีเดีย The Nation ตัวแทนสื่อมวลชนสายเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า มีโอกาสได้สัมผัสโมบายล์แอพพลิเคชั่น “start-to-invest” ในฐานะที่เป็นนักข่าวและมีการลงทุนอยู่ บ้าง ดีใจที่ ก.ล.ต. ให้บริการและเข้าถึงประชาชนให้วางแผนทางการเงินได้อย่างถูกต้อง ทั้งการออมในรูปแบบของการลงทุนในแต่ละเดือน การซื้อ LTF เพื่อวางแผนเรื่องภาษี และยังสามารถคำนวณวันที่ขาย LTF ได้ ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาคำแนะนำพนักงานธนาคาร คราวนี้ทำให้มั่นใจมากขึ้น เพราะ ก.ล.ต. เป็นผู้ให้คำตอบ</p>
<p>ที่มา<a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.thairath.co.th/content/tech/261376" > ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/starttoinvest.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อีเอ็มซี เผยความเห็นผู้บริหารไอที อาจไม่สามารถกู้คืนระบบและข้อมูลที่สูญหายได้</title>
		<link>http://jobonth.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:36:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[กู้คืนระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สูญหาย]]></category>
		<category><![CDATA[อีเอ็มซี]]></category>
		<category><![CDATA[ไอที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5608</guid>
		<description><![CDATA[อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น เผยผลการสำรวจความเห็นผู้บริหารด้านไอที ขององค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีถึง 83% ระบุว่า อาจไม่สามารถกู้คืนระบบและข้อมูลที่สูญหาย โดยชี้ปัญหามาจากโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลล้าสมัย&#8230; บริษัท อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอที 2,500 คนจากองค์กรภาครัฐและเอกชนในออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดยแต่ละองค์กรมีพนักงาน 250 ถึง 3,000 คนขึ้นไป และอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น การผลิต ค้าปลีก บริการด้านการเงิน โทรคมนาคม ฯลฯ เกี่ยวกับการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติประจำปี 2555: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Disaster Recovery Survey 2012: South East Asia) โดยพบว่า 83% ของบริษัทในภูมิภาคนี้ไม่ค่อยมั่นใจมากนักว่าจะสามารถกู้คืนระบบและข้อมูลได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์หลังจากที่เกิดภัยพิบัติ และ 74% ขององค์กรทั้งหมดเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลจากการสำรวจในครั้งนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น เผยผลการสำรวจความเห็นผู้บริหารด้านไอที ขององค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีถึง 83% ระบุว่า อาจไม่สามารถกู้คืนระบบและข้อมูลที่สูญหาย โดยชี้ปัญหามาจากโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลล้าสมัย&#8230;</p>
<p>บริษัท อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจด้านไอที 2,500 คนจากองค์กรภาครัฐและเอกชนในออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดยแต่ละองค์กรมีพนักงาน 250 ถึง 3,000 คนขึ้นไป และอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น การผลิต ค้าปลีก บริการด้านการเงิน โทรคมนาคม ฯลฯ เกี่ยวกับการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติประจำปี 2555: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Disaster Recovery Survey 2012: South East Asia) โดยพบว่า 83% ของบริษัทในภูมิภาคนี้ไม่ค่อยมั่นใจมากนักว่าจะสามารถกู้คืนระบบและข้อมูลได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์หลังจากที่เกิดภัยพิบัติ และ 74% ขององค์กรทั้งหมดเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา</p>
<p>ข้อมูลจากการสำรวจในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบแบ็กอัพข้อมูลจากเดิมที่ใช้เทคโนโลยีล้าสมัย ไม่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงความคาดหวังที่เพิ่มมากขึ้นในเรื่องความพร้อมใช้งานของข้อมูล การเปลี่ยนไปใช้โซลูชั่นการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลรุ่นล่าสุดจะช่วยรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ การโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี หรือปัญหาระบบไอทีหยุดชะงักที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น ที่จริงแล้ว ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสาเหตุของการที่ระบบหยุดทำงาน มักจะเกิดจากการหยุดชะงักของระบบไอที เช่น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มีข้อบกพร่อง หรือข้อมูลได้รับความเสียหาย แทนที่จะเป็นผลมาจากภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ</p>
<p>บริษัท วิจัยอิสระ แวนสัน บอร์น (Vanson Bourne) ได้รับมอบหมายจากอีเอ็มซีให้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติประจำปี 2555: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Disaster Recovery Survey 2012: South East Asia) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสำรวจตรวจสอบสถานการณ์ของการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลในภูมิภาคนี้ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับความพร้อมของบริษัทต่างๆ ในการรับมือกับปัญหาข้อมูลสูญหายและระบบหยุดทำงาน</p>
<p>การหยุดชะงักที่เกิดขึ้น : ปัญหาระบบหยุดทำงานและข้อมูลสูญหายเป็นผลมาจากปัญหาในระบบไอทีมากกว่าภัยธรรมชาติ<br />
ผลการวิจัยชี้ว่า สาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาไม่ใช่เรื่องพิสดารแต่อย่างใด แต่มักจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักอย่างกว้างขวาง เช่น ข้อมูลบางส่วนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ สาเหตุหลัก 3 ข้อที่ทำให้ข้อมูลสูญหายและระบบหยุดทำงานมากที่สุด ได้แก่</p>
<p>1. อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชำรุด: 60%<br />
2. ข้อมูลได้รับความเสียหาย: 47%<br />
3. ไฟฟ้าดับ: 44%</p>
<p>ขณะเดียวกัน มีเพียง 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้น ที่ระบุว่าภัยธรรมชาติเป็นสาเหตุของปัญหาระบบหยุดทำงานหรือข้อมูลสูญหาย และ 15% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าความบกพร่องของพนักงานส่งผลให้ระบบหยุดทำงาน หรือข้อมูลสูญหาย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม 59% ขององค์กรได้ทบทวน และเปลี่ยนแปลงกระบวนการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลหลังจากที่เกิดปัญหา</p>
<p>นอกจากนี้ 46% ขององค์กรธุรกิจได้เพิ่มงบประมาณสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลหลังจากที่เกิดภัยพิบัติ ในทางตรงกันข้าม 29% ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าตนเองมีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล และโดยเฉลี่ยแล้ว ผลการวิจัยชี้ว่า องค์กรธุรกิจทั่วภูมิภาคนี้ใช้จ่าย 11.2% ของงบประมาณด้านไอทีไปกับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล<br />
ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ: ปัญหาระบบหยุดทำงานส่งผลให้บริษัทสูญเสียรายได้</p>
<p>ผลการศึกษาระบุว่า ปัญหาระบบหยุดทำงานก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจ โดยผลกระทบที่สำคัญที่สุด 3 ข้อได้แก่</p>
<p>1.ความล่าช้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการ: 43%<br />
2.การสูญเสียรายได้: 41%<br />
และ 3.พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน: 39%</p>
<p>ปัญหาระบบหยุดทำงาน ส่งผลให้องค์กรต้องสูญเสียวันทำงาน โดยเฉลี่ยถึง 2 วัน ซึ่งหากคำนวณจากอัตราการทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง ก็เท่ากับว่าบริษัทที่มีพนักงานราว 2,000 คน จะต้องสูญเสียชั่วโมงทำงานสูงถึง 32,000 ชั่วโมงเลยทีเดียว นอกจากนี้ แต่ละองค์กรยังสูญเสียข้อมูลโดยเฉลี่ย 425GB ในช่วงเวลา 12 เดือน ซึ่งถ้าหากข้อมูล 1MB มีขนาดเท่ากับอีเมล์ 25 ฉบับ ข้อมูลที่สูญหายไป 425GB ก็จะเท่ากับการสูญเสียอีเมล์ 10.9 ล้านฉบับ</p>
<p>แม้ว่าการสูญเสียรายได้จะถูกระบุว่าเป็นผลกระทบหลักของปัญหาระบบหยุดทำงาน แต่ผลการวิจัยยังเปิดเผยเช่นกันว่า บริษัทหลายแห่งไม่ได้ดำเนินมาตรการที่เพียงพอสำหรับการปกป้องข้อมูลสำคัญของลูกค้า โดย 65% ขององค์กรไม่มีแผนการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติสำหรับระบบ CRM และ 22% ขององค์กรที่มีแผนการกู้คืนระบบต้องการให้แอพพลิเคชั่น CRM เริ่มต้นทำงานเป็นแอพพลิเคชั่นแรกสุดหลังจากที่ระบบหยุดทำงาน</p>
<p>นอกจากนั้น องค์กรธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นไม่สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนลดหย่อนพิเศษสำหรับเบี้ยประกันภัย สาเหตุ เพราะไม่ได้จัดทำแผนกู้คืนระบบอย่างครบวงจร โดย 53% ของบริษัทในภูมิภาคดังกล่าวจำเป็นต้องจัดทำแผนกู้คืนระบบตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย หรือกฎระเบียบ และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ 40% ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามได้รับข้อเสนอส่วนลดหย่อนเบี้ยประกันโดยพิจารณาจากความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การแบ็กอัพ/กู้คืนระบบไอที อย่างไรก็ดี 18% ขององค์กร ไม่ทราบว่าบริษัทประกันเสนอส่วนลดหย่อนพิเศษดังกล่าวหรือไม่ หรือไม่ได้สนใจส่วนลดที่ว่านี้เลย ซึ่งประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจหลายๆ แห่งต้องสูญเสียโอกาสในการปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>โซลูชั่นล้าสมัย: 38% ยังคงพึ่งพาเทปบันทึกข้อมูล และ 38% ยังคงใช้ซีดีรอมสำหรับการแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูล แต่สถานการณ์นี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>38% ขององค์กรยังคงพึ่งพาเทปบันทึกข้อมูลในการแบ็กอัพและกู้คืนระบบ และเมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเทป องค์กรต่างๆ ในภูมิภาคนี้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 58,920 ดอลลาร์ ทั้งในส่วนของการขนส่ง การจัดเก็บ การทดสอบและเปลี่ยนทดแทนเทปเพื่อการกู้คืนระบบนอกสถานที่ตั้ง ขณะเดียวกัน 38% ของบริษัทต้องพึ่งพาซีดีรอมที่ล้าสมัยสำหรับการจัดเก็บข้อมูลแบ็กอัพ และที่น่าประหลาดใจก็คือ 15% ขององค์กรมอบหมายให้พนักงานนำข้อมูลแบ็กอัพกลับไปเก็บไว้ที่บ้านเพื่อความปลอดภัย</p>
<p>อย่างไรก็ดี 59% ขององค์กรธุรกิจในภูมิภาคนี้ใช้โซลูชั่นการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลบนดิสก์ที่ทันสมัยอยู่แล้ว แนวโน้มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 83% ขององค์กรที่ใช้เทปมีแผนที่จะเลิกใช้เทปบันทึกข้อมูลในอนาคต ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ได้แก่: 1. การแบ็กอัพข้อมูลรวดเร็วขึ้น: 36% 2. ความเร็วในการกู้คืนข้อมูลและระบบ: 34% และ 3. ความทนทาน (วิธีการแบบใช้ดิสก์มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า): 29%</p>
<p>การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการหยุดชะงักที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือเหตุการณ์ที่สำคัญกว่านั้นเริ่มต้นด้วยแนวทางการแบ็กอัพข้อมูลที่ทันสมัย ซึ่งใช้ดิสก์และเทคโนโลยีการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน (Data Deduplication) และเทคโนโลยีการรีพลิเคตข้อมูล (Replication) บนเครือข่าย ผลการสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่าหลังจากที่เกิดปัญหาการหยุดชะงัก องค์กรต่างๆ ก็แก้ไขด้วยการใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มมากขึ้นสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล แต่ก็ก่อให้เกิดความเสียหายในแง่ของเวลาและค่าใช้จ่ายระหว่างที่ระบบหยุดทำงาน รวมถึงความเสียหายระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ด้วยการปรับปรุงความสามารถในการตรวจสอบปัญหาทั่วไปที่บริษัทต้องเผชิญในปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง องค์กรต่างๆ จะสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนเองสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการทางด้านธุรกิจได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>นายอาคัช คานธี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอินโฟเพล็กซ์ (Infoplex) กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล โดยองค์กรธุรกิจต่างๆ จำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อให้ระบบสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนที่จะเกิดปัญหา จากที่เราเคยประสบพบเจอ เห็นได้ชัดว่าแนวทางการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลโดยใช้ดิสก์รุ่นใหม่นับเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกู้คืนแอพพลิเคชั่นให้เริ่มทำงานอีกครั้งได้ทันที เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและการลงทุนอย่างถูกต้องเหมาะสม เราเชื่อมั่นว่าเรามีความพร้อมสำหรับการรับมือกับปัญหาระบบหยุดทำงาน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม</p>
<p>ด้านนายไมเคิล แอลป์ รองประธานส่วนธุรกิจระบบแบ็กอัพและกู้คืนประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นของอีเอ็มซี กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราพบว่าองค์กรจำนวนมากไม่สามารถกู้คืนข้อมูลที่แบ็คอัพไว้ได้ หรือพึ่งพาเฉพาะการรีพลิเคตข้อมูลสำหรับการกู้คืนระบบเท่านั้น ปัจจุบัน กฎระเบียบในประเทศส่วนใหญ่มีความเข้มงวดมากขึ้น อีกทั้งยังมีภัยคุกคามเพิ่มสูงขึ้น และข้อมูลก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลมาจากช่องทางออนไลน์ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทต่างๆ จะต้องมีกลยุทธ์การกู้คืนระบบที่เหมาะสม บริษัทที่ขาดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพย่อมเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลลูกค้าและอาจต้องเสียค่าปรับจำนวนมากให้แก่หน่วยงานกำกับดูแล ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยขจัดข้อผิดพลาดของบุคลากร ทั้งยังขจัดความเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล (เช่น เทปบันทึกข้อมูลแบ็กอัพ) รองรับการเข้ารหัสข้อมูล และสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการตรวจสอบติดตามและรายงานบนสภาพแวดล้อมของการปกป้องข้อมูลทั้งหมด โซลูชั่นเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าของเราประหยัดค่าใช้จ่าย ควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยง รายงานนี้สำรวจตรวจสอบความเสี่ยงในด้านต่างๆ และแสดงให้เราเห็นว่ามีงานอีกมากมายที่เราจะต้องทำ</p>
<p>ส่วนนายเชน มัวร์ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบแบ็กอัพและกู้คืนประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นของอีเอ็มซี กล่าวว่า เอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นไม่มีภูมิคุ้มกันสำหรับการรับมือกับสภาพเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรธุรกิจจะต้องดำเนินมาตรการป้องกันปัญหาระบบหยุดทำงานและข้อมูลสูญหาย มิฉะนั้น ก็จะต้องได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องของการสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานและรายได้ ด้วยการกำหนดแนวทางที่ละเอียดรอบคอบสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล โดยใช้โซลูชั่นรุ่นใหม่ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบัน องค์กรธุรกิจจะสามารถรับมือกับผลกระทบจากปัญหาระบบหยุดทำงานในแต่ละวัน รวมถึงเหตุการณ์ที่ร้ายแรง พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการดูแลรักษาระบบแบ็คอัพข้อมูล</p>
<p>ในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลการวิจัยนี้เปิดเผยว่า 83% ของบริษัทในภูมิภาคนี้ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถกู้คืนระบบ/ข้อมูลได้หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ที่จริงแล้ว 74% ขององค์กรในเกาหลีเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 60% ระบุว่าปัญหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานคือสาเหตุหลัก และในกรณีที่เกิดปัญหาข้อมูลสูญหาย หรือระบบหยุดทำงาน 39% ระบุว่าผลกระทบหลักที่ตามมาก็คือ พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ 39% ขององค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงใช้เทปสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล ขณะที่ 59% กำลังใช้ระบบบนดิสก์ และ 83% ของผู้ใช้เทปต้องการเปลี่ยนจากเทปแบ็กอัพไปสู่ระบบอื่น</p>
<p>ในส่วนของประเทศญี่ปุ่น ผลการวิจัยนี้เปิดเผยว่า 89% ของบริษัทในประเทศนี้ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถกู้คืนระบบ/ข้อมูลได้หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ที่จริงแล้ว 50% ขององค์กรในญี่ปุ่นเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 55% ระบุว่าปัญหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานคือสาเหตุหลัก และในกรณีที่เกิดปัญหาข้อมูลสูญหาย หรือระบบหยุดทำงาน 38% ระบุว่าผลกระทบหลักที่ตามมาก็คือ พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ 58% ขององค์กรในญี่ปุ่นยังคงใช้เทปสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล ขณะที่ 66% กำลังใช้ระบบบนดิสก์ และ 68% ของผู้ใช้เทปต้องการเปลี่ยนจากเทปแบ็กอัพไปสู่ระบบอื่น</p>
<p>ในส่วนของประเทศเกาหลี ผลการวิจัยนี้ เปิดเผยว่า 93% ของบริษัทในประเทศนี้ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถกู้คืนระบบ/ข้อมูลได้หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ที่จริงแล้ว 55% ขององค์กรในเกาหลี เคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหาย หรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 55% ระบุว่าปัญหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานคือสาเหตุหลัก และในกรณีที่เกิดปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงาน 42% ระบุว่าผลกระทบหลักที่ตามมาก็คือ พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ 38% ขององค์กรในเกาหลียังคงใช้เทปสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล ขณะที่ 61% กำลังใช้ระบบบนดิสก์ และ 92% ของผู้ใช้เทปต้องการเปลี่ยนจากเทปแบ็กอัพไปสู่ระบบอื่น</p>
<p>ในส่วนของประเทศออสเตรเลีย ผลการวิจัยนี้ เปิดเผยว่า 70% ของบริษัทในประเทศนี้ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถกู้คืนระบบ/ข้อมูลได้หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ที่จริงแล้ว 72% ขององค์กรในเกาหลีเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 62% ระบุว่าปัญหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานคือสาเหตุหลัก และในกรณีที่เกิดปัญหาข้อมูลสูญหาย หรือระบบหยุดทำงาน 49% ระบุว่าผลกระทบหลักที่ตามมาก็คือ พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ 58% ขององค์กรในออสเตรเลียยังคงใช้เทปสำหรับการแบ็คอัพและกู้คืนข้อมูล ขณะที่ 61% กำลังใช้ระบบบนดิสก์ และ 84% ของผู้ใช้เทปต้องการเปลี่ยนจากเทปแบ็คอัพไปสู่ระบบอื่น</p>
<p>ในส่วนของประเทศจีน ผลการวิจัยนี้ เปิดเผยว่า 74% ของบริษัทในประเทศนี้ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถกู้คืนระบบ/ข้อมูลได้หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ที่จริงแล้ว 85% ขององค์กรในเกาหลีเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 80% ระบุว่าปัญหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานคือสาเหตุหลัก และในกรณีที่เกิดปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงาน 48% ระบุว่าผลกระทบหลักที่ตามมาก็คือ พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ 32% ขององค์กรในจีนยังคงใช้เทปสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล ขณะที่ 64% กำลังใช้ระบบบนดิสก์ และ 99% ของผู้ใช้เทปต้องการเปลี่ยนจากเทปแบ็กอัพไปสู่ระบบอื่น</p>
<p>ในส่วนของประเทศอินเดีย ผลการวิจัยนี้ เปิดเผยว่า 72% ของบริษัทในประเทศนี้ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถกู้คืนระบบ/ข้อมูลได้หลังจากที่ระบบหยุดทำงาน ที่จริงแล้ว 80% ขององค์กรในเกาหลีเคยประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือระบบหยุดทำงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 65% ระบุว่าปัญหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หยุดทำงานคือสาเหตุหลัก และในกรณีที่เกิดปัญหาข้อมูลสูญหาย หรือระบบหยุดทำงาน 48% ระบุว่าผลกระทบหลักที่ตามมาก็คือ พนักงานสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ 76% ขององค์กรในอินเดียยังคงใช้เทปสำหรับการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูล ขณะที่ 72% กำลังใช้ระบบบนดิสก์ และ 84% ของผู้ใช้เทปต้องการเปลี่ยนจากเทปแบ็กอัพไปสู่ระบบอื่น</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.thairath.co.th/content/tech/261113" >ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไอซีที แจง ฐานข้อมูลกรมการปกครองล่ม ไม่เกี่ยวดาวเทียมขัดข้อง</title>
		<link>http://jobonth.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87-%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87-%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:32:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[ไอซีที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5605</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงไอซีทีชี้แจงระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองล่ม ไม่เกี่ยวข้องกับระบบดาวเทียมขัดข้อง ยืนยันใช้งานได้ปกติ ลือหึ่งจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่&#8230; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (17 พ.ค.) หลังจากมีข่าวระบบทะเบียนราษฎรล่ม แล้วได้รับการแจ้งจากคอลเซ็นเตอร์ว่า ระบบดาวเทียมขัดข้องนั้น ล่าสุด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ส่งข้อความชี้แจง ดังนี้ ตามที่มีข่าวว่าระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรล่มทั้งประเทศ เนื่องจากระบบดาวเทียมขัดข้องนั้น กระทรวงไอซีทีได้ตรวจสอบกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) แล้ว พบว่าระบบดาวเทียมในความรับผิดชอบของไทยคมยังใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้เกิดเหตุขัดข้องแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวระบุว่า การล่มของระบบในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นข้ออ้างในการของบประมาณจัดซื้อระบบใหม่ทั้งหมด. ที่มา ไทยรัฐ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงไอซีทีชี้แจงระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองล่ม ไม่เกี่ยวข้องกับระบบดาวเทียมขัดข้อง ยืนยันใช้งานได้ปกติ ลือหึ่งจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่&#8230;</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (17 พ.ค.) หลังจากมีข่าวระบบทะเบียนราษฎรล่ม แล้วได้รับการแจ้งจากคอลเซ็นเตอร์ว่า ระบบดาวเทียมขัดข้องนั้น ล่าสุด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ส่งข้อความชี้แจง ดังนี้ ตามที่มีข่าวว่าระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรล่มทั้งประเทศ เนื่องจากระบบดาวเทียมขัดข้องนั้น กระทรวงไอซีทีได้ตรวจสอบกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) แล้ว พบว่าระบบดาวเทียมในความรับผิดชอบของไทยคมยังใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้เกิดเหตุขัดข้องแต่อย่างใด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวระบุว่า การล่มของระบบในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นข้ออ้างในการของบประมาณจัดซื้อระบบใหม่ทั้งหมด.</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.thairath.co.th/content/tech/261367" >ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87-%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไอดีซีคาดปี 55 อาจมีการใช้จ่ายไอทีสูง อันดับ 2 ของอาเซียน</title>
		<link>http://jobonth.com/55-2-2.html</link>
		<comments>http://jobonth.com/55-2-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 06:30:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>lachchakae</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดีซี]]></category>
		<category><![CDATA[ไอที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://jobonth.com/?p=5602</guid>
		<description><![CDATA[ไอดีซีคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี 55 ไทยจะมียอดการใช้จ่ายด้านไอทีสูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน หลังถูกสิงคโปร์แซง เนื่องจากจากผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ยังคงใช้จ่ายและลงทุนด้านไอทีต่อเนื่อง แม้กำลังฟื้นฟูจากเหตุอุทกภัยปี 54 เชื่อ 5 ปีจากนี้อัตราการเติบโตอยู่ที่ 10.8% โดยตลาดสมาร์ทโฟนเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ&#8230; ไอดีซี เผยถึงการคาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะกลับมามียอดการใช้จ่ายด้านไอทีสูงเป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง หลังจากที่ถูกประเทศสิงคโปร์เบียดแซงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยยังคงใช้จ่าย และลงทุนในสินค้าเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศจะยังอยู่ในระหว่างฟื้นฟูความเสียหายจากวิกฤติการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็ตาม โดยไอดีซีพยากรณ์ว่าในช่วง 5 ปีนี้ (2555 &#8211; 2559) ประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอทีต่อปีอยู่ที่ระดับสูงกว่าประเทศสิงคโปร์ คือเติบโตขึ้น 10.8% ต่อปี ส่วนระดับการใช้จ่ายด้านไอทีรวมของทั้งภูมิภาคในปีนี้นั้น ไอดีซีคาดว่ามีแนวโน้มสูงที่จะแตะที่ระดับ 5.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้นำ ตามมาด้วยประเทศไทย (1.1 หมื่นล้านเหรียญ) และประเทศสิงคโปร์ (1.06 หมื่นล้านเหรียญ) ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ยอดการใช้จ่ายด้านไอทีของไทยถีบตัวสูงขึ้นนั้นมี 2 ประการ คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไอดีซีคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี 55 ไทยจะมียอดการใช้จ่ายด้านไอทีสูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน หลังถูกสิงคโปร์แซง เนื่องจากจากผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ยังคงใช้จ่ายและลงทุนด้านไอทีต่อเนื่อง แม้กำลังฟื้นฟูจากเหตุอุทกภัยปี 54 เชื่อ 5 ปีจากนี้อัตราการเติบโตอยู่ที่ 10.8% โดยตลาดสมาร์ทโฟนเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ&#8230;</p>
<p>ไอดีซี เผยถึงการคาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะกลับมามียอดการใช้จ่ายด้านไอทีสูงเป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง หลังจากที่ถูกประเทศสิงคโปร์เบียดแซงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยยังคงใช้จ่าย และลงทุนในสินค้าเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศจะยังอยู่ในระหว่างฟื้นฟูความเสียหายจากวิกฤติการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็ตาม โดยไอดีซีพยากรณ์ว่าในช่วง 5 ปีนี้ (2555 &#8211; 2559) ประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอทีต่อปีอยู่ที่ระดับสูงกว่าประเทศสิงคโปร์ คือเติบโตขึ้น 10.8% ต่อปี</p>
<p>ส่วนระดับการใช้จ่ายด้านไอทีรวมของทั้งภูมิภาคในปีนี้นั้น ไอดีซีคาดว่ามีแนวโน้มสูงที่จะแตะที่ระดับ 5.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้นำ ตามมาด้วยประเทศไทย (1.1 หมื่นล้านเหรียญ) และประเทศสิงคโปร์ (1.06 หมื่นล้านเหรียญ) ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ยอดการใช้จ่ายด้านไอทีของไทยถีบตัวสูงขึ้นนั้นมี 2 ประการ คือ การเติบโตของการใช้จ่ายซื้อสินค้าสมาร์ทโฟน และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการให้บริการด้านไอทีในประเทศ</p>
<p>ไอดีซีเชื่อว่าตัวเลขการใช้จ่ายด้านไอทีของไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องไปถึงระดับ 1.66 หมื่นล้านเหรียญได้ภายในปี 2559 ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนที่สูงที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมูลค่าของตลาดสมาร์ทโฟนในภูมิภาคนี้ได้เติบโตขึ้น 76% ในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.5 พันล้านเหรียญ</p>
<p>นางสาวเมลิสซ่า เฉา ผู้จัดการสายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์ประจำไอดีซีเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า ประเทศไทยจะได้รับการจับตามองในฐานะดาวรุ่งในตลาดสมาร์ทโฟนในปีนี้ โดยมีไอโฟนที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคที่สนใจในเทคโนโลยีเป็นผู้นำในตลาดระดับบน ในขณะที่ผู้ผลิตในประเทศเองก็มีส่วนกระตุ้นตลาดด้วยการผลักดันสินค้าสมาร์ทโฟนที่มีราคาต่ำกว่า 4,500 บาทออกสู่ตลาดทั่วไป</p>
<p>ขณะที่ ตลาดการบริการด้านไอทีในภูมิภาคก็มีแนวโน้มที่สดใสเช่นเดียวกัน ในช่วงปี 2555 &#8211; 2559 นั้นประเทศไทยน่าจะมีปริมาณการใช้จ่ายด้านบริการไอทีสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่หลายองค์กรได้หันมาใช้บริการเอาท์ซอร์ส ที่สามารถตอบสนองต่ออุปสงค์ของตลาดได้ดีกว่าการจัดตั้งหน่วยงานในองค์กรขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบ โดยภาคส่วนที่มีอัตราการเติบโตสูงคือ การให้บริการด้านการวางระบบ การให้บริการด้านการจัดการการปฏิบัติงาน และบริการด้านซัพพอร์ตต่างๆ</p>
<p>ด้าน นายคริส มอร์ริส รองประธานของไอดีซีเอเชียแปซิฟิก ได้กล่าวเสริมว่า อุปสงค์ที่มีต่อบริการด้านไอทีในประเทศไทยได้รับแรงผลักดันจากการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อส่งออก และภาคผู้บริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อบุคคลากรภายในไม่มีทักษะด้านไอทีเพียงพอ องค์กรต่างๆ จึงเลือกที่จะพึ่งพาบริการเอาต์ซอร์สในการวางระบบและจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีรวมถึงอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ.</p>
<p>ที่มา <a target="_blank" rel="nofollow" href="http://jobonth.com/goto/http://www.thairath.co.th/content/tech/261379" >ไทยรัฐ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://jobonth.com/55-2-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

